Tuesday
19 November 2013
Content
ประเภทที่4
เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (Children
with Physical and Health impairments) หมายถึง
เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป มีปัญหาทางระบบประสาท
มีความลำบากในการเคลื่อนไหว จำแนกได้เป็น
1. อาการบกพร่องทางร่างกาย 2. ความบกพร่องทางสุขภาพ
กลุ่มที่
1 อาการบกพร่องทางร่างกาย
ซี.พี.
(Cerebral Palsy)
การเป็นอัมพาตเนื่องจากประสาทสมองพิการ
หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด
อาการ
อัมพาตเกร็งแขนขา หรือครึ่งซีก การเคลื่อนไหวผิดปกติ สูญเสียการทรงตัว
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
(Muscular Distrophy) เกิดจากเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆเสื่อมสลายตัว
โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ
(Corthopedic)
ระบบกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด เช่น เท้าปุก (Ciub
foot) ระบบกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ (Infection) เช่น วัณโรค กระดูกหลังโก่ง
โปลิโอ
(Poliomyelitis)
มีอาการกล้ามเนื้อลีบเล็ก ไม่มีผลกระทบต่อสติปัญญา ยืนไม่ได้
เกิดจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ปาก ต้องได้รับการหยอดวัคซีน
แขนขาด้วนแต่กำเนิด
(Limb Deficiency)
โรคกระดูกอ่อน
(Osteogenesis Imperfeta)
กลุ่มที่
2 ความบกพร่องทางสุขภาพ
โรคลมชัก
(Epilepsy) เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องจากความผิดปกติของระบบสมอง
1.
ลมบ้าหมู (Grand
Mal) เมื่อเกิดการชักทำให้หมดสติ กล้ามเนื้อแขนขาเกร็ง
กัดฟันและลิ้น
2.
การชักในช่วงเวลาสั้นๆ (Petit
Mal) เกิดเวลาสั้นๆ 5-10 วินาที
3.
การชักแบบรุนแรง (Grand
Mal) เมื่อชักเด็กจะส่งเสียง หมดความรู้สึก กล้ามเนื้อเกร็ง เกิด
2-5 นาที
4.
อาการชัก (Partial
Complex) เกิดเป็นระยะๆ กัดริมฝีปาก ไม่รู้สึกตัว ถูตามแขนขา
เดินไปมา หรือชักแบบจำเหตุการณ์ไม่ได้
5.
อาการไม่รู้สึกตัว (Focal
Partial) เกิดขี้นระยะสั้น ไม่รู้สึกตัว
ลักษณะของเด็กที่บกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
-
มีปํญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
-
ท่าเดินคล้ายกรรไกร
-
เดินขากะเผลก
-
ไอเสียงแห้งบ่อย
-
มักบ่นเจ็บหน้าอก ปวดหลัง
-
หน้าแดง มีสีเขียวจางบนแก้ม ริมฝีปากหรือปลายนิ้ว
-
หกล้มบ่อยๆ
-
หิวและกระหายน้ำเกินกว่าเหตุ
ประเภทที่5
เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา (Children
with Speech and Language Disorders) เด็กที่พูดไม่ชัด
ออกเสียงผิดเพี้ยน อวัยวะที่ใช้ในการพูดไม่สามารถเป็นไปตามลำดับขั้น
การใช้อวัยวะเพื่อการพูดไม่เป็นไปดังตั้งใจมีอากัปกิริยาที่ผิดปกติขณะพูด
1.
ความผิดปกติด้านการออกเสียง
2.
ความผิดปกติด้านจังหวะเวลาของการพูด
3.
ความผิดปกติด้านการออกเสียง
4.
ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง
เรียกว่า Dysphasia หรือ Aphasia
4.1
Motor Aphasia เด็กที่เข้าใจคำถามแต่พูดไม่ได้
พูดช้าพอพูดตามพูดได้เล็กน้อย พูดไม่ถูกไวยากรณ์
4.2
Wernicke’s Aphasia เด็กที่ไม่เข้าใจคำถาม
หรือคำสั่ง ออกเสียงไม่ติดขัดแต่ใช้คำผิด
4.3
Conduction Aphasia เด็กที่ออกเสียงไม่ติดขัด
เข้าใจคำถามดี แต่พูดตามหรือบอกชื่อสิ่งของไม่ได้
4.4
Nominal Aphasia ออกเสียงไม่ได้
เข้าใจคำถามดี พูดตามได้ แต่บอกชื่อวัตถุไม่ได้เพราะลืม
4.5
Global Aphasia เด็กที่ไม่เข้าใจทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน
พูดไม่ได้เลย
4.6
Sensory Agraphia เด็กที่เขียนเองไม่ได้
เขียนตอบคำถามก็ไม่ได้
4.7
Motor Aphasia เด็กที่ลอกเรียนตัวเขียนหรือตัวพิมพ์ไม่ได้
4.8
Cortical Alexia เด็กที่ไม่อ่านเพราะไม่เข้าใจภาษา
4.9
Motor Alexia
เด็กที่เห็นตัวหนังสือ ตัวเขียน เข้าใจความหมายแต่อ่านออกเสียงไม่ได้
4.10 Grestmann’s Syndrome ไม่รู้ชื่อนิ้ว
ไม่รู้ซ้ายขวา คำนวณไม่ได้ เขียนไม่ได้ อ่าไม่ออก
4.11 Visual sgnosia เด็กที่มองเห็นวัตถุแต่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร
4.12 Auditory Agnosia เด็กไม่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
แต่แปลความหมายของคำ หรือประโยค ที่ได้ยินไม่เข้าใจ
ลักษณะเด็กที่บกพร่องทางการพูดและภาษา
-
ในวัยทารกมักเงียบผิดธรรมชาติ
-
ไม่อ้อแอ้ภายใน 10 เดือน
-
ไม่พูดภายในอายุ 2 ขวบ
-
หลัง 3 ขวบภาษาของเด็กฟังเข้าใจยาก
-
ออกเสียงตัวสะกดไม่ได้
-
หลัง 5
ขวบเด็กยังใช้ภาษาที่เป็นประโยคไม่สมบรูณ์ในระดับประถมศึกษา
-
มีปัญหาในการสื่อความหมาย
-
ใช้ท่าทางในการสื่อความหมาย
** อาจาร์ยให้ดูวีดีโอ เลน่า มาเรีย
เกิดมาไม่มีแขนทั้งสองข้าง ขาข้างซ้ายไม่เท่าด้านขวา ชอบวาดรูประบายสี
ใช้เท้าจับปากกา ชอบว่ายน้ำและแข่งว่ายน้ำคนพิการ เลน่ามีความสุขในการเล่นดนตรีเล่น ออแกน’
เมื่อเลน่าแต่งงาน พ่อแม่สอนให้เธอทำทุกอย่างด้วยตัวของเค้าเอง
เธอไม่มองตัวเองในแง่ลบ ไม่มองว่าตนพิการ ชีวิตเธอมีความหมายและสันติสุขเสมอมา